ทิปส์เด็ด

เลือกความเร็วเน็ตบ้านที่ใช่
สำหรับการสตรีมมิ่งในแบบคุณ

12 กรกฎาคม 2562



การสตรีมมิ่ง (Streaming) คือการฟัง หรือดูเนื้อหาบนจอคอมพิวเตอร์ มือถือ อุปกรณ์เกม หรือทีวีที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่รับชมเนื้อหาต่างๆ แตกต่างจากการดาวน์โหลด ที่ต้องรอให้ดาวน์โหลดเสร็จก่อนถึงจะสามารถรับชมได้ แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า กิจกรรมสตรีมมิ่งแบบต่างๆ นั้น เหมาะกับความเร็วเน็ตเท่าไรบ้าง TrueOnline ขอพาคุณผู้อ่านมาทำความเข้าใจกับความแตกต่างระหว่างความเร็วอัปโหลด (Upload Speed) และความเร็วดาวน์โหลด (Download Speed) กันก่อน

     • ความเร็วอัปโหลด หมายถึง ความเร็วที่คุณต้องใช้ในการส่งข้อมูลต่างๆ จากเครื่องไปยังอินเทอร์เน็ต เช่น การส่งรูปภาพให้เพื่อนผ่านแชท อีเมล หรือการไลฟ์สด (Live Broadcast) 

     • ความเร็วดาวน์โหลด หมายถึง ความเร็วที่คุณต้องใช้ในการรับข้อมูลต่างๆ จากอินเทอร์เน็ตเข้ามาในเครื่อง เช่น การบันทึกรูปภาพไว้ การเปิดหน้าเว็บใหม่ขึ้นมา หรือการดาวน์โหลดหนังออนไลน์ต่างๆ เก็บไว้ดู

เมื่อรู้จักกับความเร็วอัปโหลด ดาวน์โหลดกันไปแล้ว ขั้นตอนต่อมาที่จะช่วยให้คุณสามารถสตรีมมิ่งได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด ก็คือการเตรียมความพร้อมของสิ่งต่างๆ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบ้านได้ดีที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การเลือกความเร็วดาวน์โหลด และอัปโหลดที่เหมาะสมกับกิจกรรมสตรีมมิ่งแต่ละประเภทนั่นเอง

การโทรแบบวิดีโอคอล (Video Call)


สำหรับคนที่มีคู่รัก หรือครอบครัวที่มีสมาชิกอาศัยอยู่ในต่างประเทศ การโทรติดต่อหากันผ่านวิดีโอคอลถือเป็นวิธีการทลายกำแพงความคิดถึง และย่นระยะทางที่ห่างไกลให้เหมือนอยู่ใกล้กันได้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ FitSmallBusiness ระบุว่า คุณภาพวิดีโอของการสนทนาแบบ 1 ต่อ 1 ผ่านแอปพลิเคชันนั้น จำเป็นต้องใช้ความเร็วอัปโหลดอยู่ที่ 500Kbps แต่หากต้องการสนทนามากกว่านั้น ก็ต้องใช้ความเร็วที่ 1Mbps แทน ยกตัวอย่างเช่น Skype ซึ่งเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แนะนำความเร็วเน็ตสำหรับการสนทนาแบบ 1 ต่อ 1 และการใช้งานแชร์หน้าจอไว้อยู่ที่ 300Kbps สำหรับอัปโหลด และ 300Kbps สำหรับดาวน์โหลด  แต่หากคุณต้องการวิดีโอคอลที่ภาพคมชัดแบบ HD ก็จะต้องใช้ความเร็วที่ 1.5Mbps หรือหากคุณมีครอบครัวใหญ่ ต้องการสนทนาพร้อมกันมากกว่า 5 คน ก็อาจจะต้องใช้ความเร็วเน็ตเพิ่มขึ้นเป็น 4Mbps สำหรับดาวน์โหลด และ 512Kbps สำหรับอัปโหลด

ดูหนัง วิดีโอ และชมรายการสด 

สำหรับความเร็วดาวน์โหลดในการดูหนัง วิดีโอ ทีวีออนไลน์ที่แนะนำ คือ 2Mbps เป็นอย่างน้อย โดยข้อมูลจากเว็บ Lifewire บอกว่า หากคุณต้องการรับชมวิดีโอที่มีคุณภาพสูงขึ้น ความเร็วดาวน์โหลดก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งหลังจากที่ TrueOnline ได้ทำการรีวิวข้อมูลจากแอป และเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้บริการสตรีมมิ่งหนังและซีรีย์ออนไลน์แก่ลูกค้าพบว่า ความเร็วเน็ตที่แนะนำสำหรับการรับชม มีดังต่อไปนี้

     • ความเร็ว 2Mbps - 3Mbps สำหรับภาพคมชัดระดับมาตรฐาน
     • ความเร็ว 4Mbps - 8Mbps สำหรับภาพคมชัดมากขึ้นระดับ HD (ความละเอียด 720 พิกเซล  หรือ 1080 พิกเซล)
     • ความเร็ว 15Mbps - 25Mbps สำหรับภาพระดับ 4K Ultra HD

การไลฟ์สด 

ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการผันตัวมาเป็นเน็ตไอดอล หรือต้องการแสดงความสามารถพิเศษบางอย่าง รวมถึงไลฟ์สดขายสินค้าบนโลกโซเชียล เช่น Facebook Youtube และ IG ซึ่งอาจเป็นการไลฟ์อยู่ที่บ้าน หรือนอกบ้านก็ได้ การไลฟ์สดแบบนี้จำเป็นต้องใช้กล้อง และไมโครโฟนที่มีคุณภาพ รวมถึงเน็ตที่มีความเสถียร เพื่อให้ไลฟ์นั้นดำเนินต่อเนื่องได้อย่างราบรื่น ทำให้การเลือกความเร็วอัปโหลดมีความจำเป็นมากขึ้น ซึ่งแนะนำว่าคุณควรมีความเร็วอย่างน้อย 2.5Mbps อีกทั้งความเร็วอัปโหลดยังเป็นปัจจัยสำคัญในการถ่ายทอดสดคุณภาพต่างๆ  ตัวอย่างเช่น หากต้องการถ่ายทอดสดบน Facebook ในระดับ HD จะต้องมีความเร็วอย่างน้อย 4Mbps สำหรับอัปโหลด โดยเว็บไซต์ Boxcast ได้ให้ข้อมูลว่า เราต้องใช้ความเร็วอัปโหลด 3Mbps สำหรับความละเอียด 480 พิกเซล ความเร็ว 6Mbps สำหรับความละเอียด 720 พิกเซล และความเร็ว 13Mbps สำหรับความละเอียด 1080 พิกเซล

สิ่งอื่นๆ ที่คุณควรพิจารณาก่อนเลือกแพ็กเกจเน็ตบ้าน

แม้ว่าความเร็วเน็ตจะเป็นส่วนที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพของวิดีโอ หรือหนังต่างๆ แต่การติดตั้งเน็ต WiFi หรือแม้แต่สเปคของเครื่องที่ใช้เชื่อมต่อเน็ต รวมไปถึงจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้ต่อเน็ตในเวลาเดียวกันก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณคิดว่าความเร็วอัปโหลดที่ 15Mbps นั้นเพียงพอสำหรับการสตรีมมิ่งหนังแบบ HD แล้ว แต่อย่าลืมว่าในเวลาเดียวกันที่บ้านของคุณอาจจะกำลังมีลูกที่ใช้เน็ตเล่นเครื่องเกม Console มีภรรยาที่ใช้เน็ตดูหนังผ่านจอทีวีที่ต่อกับเน็ต และมีสมาร์ทโฟนอีก 3-4 เครื่องที่ใช้งานเน็ตอยู่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้ว ความเร็ว 15Mbps ในตอนแรก ก็อาจจะไม่เพียงพอรองรับกิจกรรมเหล่านี้ แต่คุณอาจต้องใช้เน็ตความเร็ว 100Mbps หรือ 200 Mbps ด้วยซ้ำถึงจะเพียงพอ ดังนั้นถ้าที่บ้านคุณมีอุปกรณ์มากกว่า 2 หรือ 3 เครื่องที่ต่อเน็ตพร้อมๆ กัน คุณอาจจะต้องเลือกแพ็กเกจที่สูงขึ้น เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้เน็ตบ้าน (ดูรายละเอียด เน็ตบ้าน 1 Gbps ทำอะไรได้บ้าง) นอกจากนี้ คุณควรตรวจสอบด้วยว่าเราเตอร์ปัจจุบันที่ใช้อยู่นั้นรองรับความเร็วเน็ตจากแพ็กเกจที่คุณเลือกหรือไม่อีกด้วย