ทิปส์เด็ด

Work from Home อย่างไร
ให้มีประสิทธิภาพ เหมือนทำงานอยู่ออฟฟิศ

20 พฤษภาคม 2563

 

ตอนนี้หลายบริษัทต่างหันมาปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อรับมือกับโควิด-19 โดยหนึ่งในนโยบายที่น่าสนใจก็คือ การให้พนักงานหันมาทำงานแบบ Work from home แทนการไปทำงานที่ออฟฟิศ เพื่อลดการเดินทาง และการพบปะกันชั่วคราว สอดคล้องกับโยบาย Social distancing ของรัฐบาล แม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ดีต่อการควบคุมโรค แต่ก็อาจทำให้พนักงานรู้สึกเหงา เบื่อ บางคนอาจเคร่งครัดกับเวลาทำงานจนกระทบต่อสุขภาพ ในขณะที่บางคนก็ขาดแรงบันดาลใจคอยกระตุ้นให้ลุกมาทำงาน 


เดือนนี้ True Online เลยจะพาทุกคนมารู้จักเคล็ดลับการทำงานที่บ้านให้มีประสิทธิภาพ ทำให้งานของเราออกมาดี ไม่ต่างจากทำงานอยู่ออฟฟิศ พร้อมทั้งนำแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กันดีกว่า

 

ตื่นเวลาเดิมเหมือนตอนไปทำงาน

การทำงานที่บ้าน ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีเวลาว่างมากขึ้น จนทำให้เลือกที่จะตื่นสายได้มากกว่าเดิม เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้นาฬิกาชีวิตรวน ส่งผลต่อการกลับมาทำงานเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นหากเคยตื่นเช้าแค่ไหน ก็จงตื่นในเวลาเดิม เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยแล้ว เมื่อเราต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิม ก็จะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก แต่สำหรับคนขี้เซาที่ต้องการตัวช่วย ลองหันไปพึ่งพาแอปนาฬิกาปลุกอย่างแอป Rocket Alam ที่รับรองว่าจะช่วยให้หลายคนตื่นเช้าได้แน่ๆ เพราะเสียงจากนาฬิกาจะดังไม่ยอมหยุด หากเรายังทำภารกิจไม่สำเร็จ ซึ่งภารกิจช่วยกระตุ้นสมองยามเช้า เพื่อปิดเสียงเจ้านาฬิกาปลุกนั้น เราสามารถเลือกตั้งค่าได้เอง มีทั้งภารกิจง่ายไปถึงยากหน่อย เช่น ภารกิจกดปิดเบาๆ ภารกิจยิ้มรับเช้า ภารกิจเลื่อนไอคอนรูปดาวไปให้ถึงยานอวกาศ หรือภารกิจบวกเลขหาผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 

 

ตั้งเป้าหมายการทำงานในแต่ละวัน

ทำตัวเหมือนเดิมไม่พอ แนะนำว่าให้ตั้งเป้าหมายและวางแผนการทำงานในแต่ละวันด้วยว่าเราจะต้องคุย หรือทำอะไรให้เสร็จบ้าง รวมทั้งเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็น การเตรียมการประชุม หรือนัดพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน เพราะการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในช่วง Work from home เป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้การทำงานในแต่ละวันเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยอาจใช้โปรแกรมง่ายๆ ที่ใครใช้ Gmail ต้องมีอย่าง Google Calendar ที่นอกจากจะช่วยนัดหมายประชุมร่วมกันระหว่างทีมแบบที่เราทำอยู่กันเป็นประจำ ยังสามารถเตือนไม่ให้เราลืมงานสำคัญที่ต้องทำในแต่ละวันได้อีกด้วย เพียงแค่กดไปยังช่องว่างของวันที่เราต้องการบันทึก จะมีหน้าต่างสำหรับบันทึกหัวข้อสิ่งที่เรากำลังจะทำแยกออกมา และบรรทัดถัดมายังให้เราเลือกเพิ่มเติมได้ด้วยว่าต้องการบันทึกเป็นกิจกรรม ซึ่งหลายคนใช้สำหรับนัดหมายการประชุม หรือต้องการให้ช่วยเตือนทั่วไป หรือต้องการเอาไว้ตั้งเป้าหมายงานที่ต้องทำในแต่ละวันก็ได้ ซึ่งถ้าคุณเลือกตั้งเป้าหมายงานก็จะสามารถเพิ่มรายละเอียดสิ่งที่ต้องทำในงานน้ันๆ และเลือกช่วงเวลาที่ต้องการให้เตือนได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถจัดลำดับการทำงานในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


จัดมุมนั่งสำหรับทำงาน และแบ่งเวลาพักผ่อนระหว่างวัน 

การจัดตำแหน่ง และมุมนั่งทำงานให้เหมาะสม จะช่วยให้การทำงานในแต่ละวันผ่านไปได้โดยที่เราไม่รู้สึกเบื่อ และส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย โดยอาจหาที่วาง หรือชั้นวางมาตั้งคอมพิวเตอร์ เพื่อให้หน้าจออยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะกับระดับสายตา และหาเก้าอี้ทำงานที่รองรับสรีระได้ดีมาใช้นั่งทำงาน เพื่อไม่ให้มีปัญหาปวดหลัง หรืออาการออฟฟิศซินโดรม ลองเพิ่มสีเขียว เพื่อเป็นที่พักสายตา ด้วยการเติมไม้ประดับที่ดูแลง่ายบนโต๊ะทำงาน ที่สำคัญคือ หมั่นลุกออกมายืดเส้นยืดสาย พักสายตาจากการจ้องหน้าจอบ้าง โดยอาจจะลองโหลดโปรแกรมช่วยถนอมสายตา เช่น  Eyeleo ซึ่งจะมาเป็นบัดดี้คอยเตือนให้เราขยับดวงตาไปมา หรือหมุนลูกตา เพื่อผ่อนคลายสายตาจากอาการล้า ตามเวลาที่เรากำหนดไว้ หรือติดตั้งโปรแกรม Protect Your Vision ซึ่งเป็นส่วนเสริม Extension ของเว็บเบราเซอร์ (Chrome , Firefox , Safari) เพื่อตั้งโหมดเวลาพักหน้าจอ และตั้งระยะเวลาพักเบรคของเราได้ โดยโปรแกรมจะส่งเสียงเตือนให้เราพัก และคอยเตือนว่าถึงเวลากลับไปทำงานแล้ว

 

เน็ตบ้านดีช่วยงานให้สำเร็จไปกว่าครึ่ง 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานที่บ้าน ก็คือการติดเน็ตบ้านที่เหมาะสำหรับการใช้งาน เพราะการสื่อสารและการรับส่งข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรมีอินเทอร์เน็ตบ้านที่เร็วแรงตอบโจทย์ เพื่อทำให้ทุกการสื่อสารไม่สะดุด ก็จะทำให้การทำงานที่บ้านมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ 

และอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การดูแลตัวเอง แบ่งเวลาในการทำงานและใช้ชีวิตให้บาลานซ์ ทำงานในเวลาให้เต็มที่ ส่วนนอกเวลางานก็ต้องรู้จักพักผ่อนบ้าง จึงจะเรียกได้ว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีสมดุลชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง